When the American goes Greek…

12 Feb

โยเกิร์ตขึ้นชื่อได้ว่า เป็นแหล่งโปรตีนและแคลเซียมตัวแม่เทียบเท่าได้กับนมเลยทีเดียว แถมยังมีแบคทีเรียที่ดีต่อร่างกาย และมีปริมาณ lactose หรือน้ำตาลในนม น้อยกว่านมธรรมดา เพราะฉะนั้นบางคนที่มีปัญหาในการย่อยน้ำตาลlactoseในนม มักจะไม่ค่อยมีปัญหาให้ ท้องไส้ปั่นป่วนดราม่ากับโยเกิร์ตนัก สาวๆที่กลัวอ้วนคิดอะไรไม่ออกก็โยเกิร์ตไว้ก่อน  ช่วงปีที่ผ่านมานี้ เทรนด์โยเกิร์ตมาแรงมากมี่อเมริกา โดยเฉพาะโยเกิร์ตแบบที่เรียกว่า Greek Yogurt หรือแปลเป็นไทยได้ว่า โยเกิร์ตแบบกรีกนั้น เค้าดังจริงอะไรจริง คำถามคือว่ากรีกโยเกิร์ตเนี่ยต่างกับโยเกิร์ตธรรมดาบ้านๆยังไง แล้วมันมีดียังไงทำไมถึงอยู่ดีๆถึงกลายเป็นที่โปรดปรานของผู้คนที่นี่ โดยเฉพาะในหมู่นักกำหนดอาหารที่แนะนำให้คนหันมากินกรีกโยเกิร์ตกันมากขึ้น

 ชื่อของกรีกโยเกิร์ตนั้น ไม่ได้หมายถึงโยเกิร์ตนำเข้าจากกรีก แต่หมายถึงวิธีการผลิตโยเกิร์ตแบบนี้ต่างหาก ขั้นตอนแรกของการผลิตก็เหมือนกับโยเกิร์ตทั่วไป คือ เอานมไปทำความร้อนและเพาะเชื้อแบคทีเรียที่เป็นมิตรกับร่างกาย แต่กรีกโยเกิร์ตมีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมาจากนั้น คือ นำโยเกิร์ตที่ได้เนี่ย ไปกรองอีกทีเพื่อแยกโปรตีนที่เรียกว่า whey protein ออกจากโยเกิร์ต ผลลัพธ์ที่ได้คือโยเกิร์ตที่ข้นขึ้น creamyมากขึ้น เหมือนกับกินไอติมgelatoยังไงอย่างงั้น นอกจากนี้การแยกกรอง whey protein ออกจากกรีกโยเกิร์ตยังทำให้กรีกโยเกิร์ตมีปริมาณโปรตีนที่เยอะกว่าโยเกิร์ตธรรมดาถึงสองเท่า (โยเกิร์ตบ้านๆมีโปรตีน 7 กรัม VS โยเกิร์ตแบบกรีกมีโปรตีน 18 กรัม ในปริมาณ 6 ออนซ์) ซึ่งโปรตีนที่ได้จากกรีกโยเกิร์ตหนึ่งถ้วยนี้ เทียบได้เท่ากับ 30%ของปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันเลยทีเดียว แถมเจ้าโปรตีนเนี่ยยังช่วยให้อิ่มท้องนาน และนี่คือเหตุผลที่นักกำหนดอาหารแนะนำกรีกโยเกิร์ตเป็นอาหารว่างยามหิว หรือเป็นอาหารเช้าที่ถูกต้องตามหลักถ้าเพิ่มขนมปังไปอีกซักแผ่น เลยทีเดียว

 เวลาเลือกซื้อกรีกโยเกิร์ต (หรือโยเกิร์ตแบบธรรมดา) ควรเลือกแบบไขมันน้อย (Low fat) หรือแบบไร้ไขมัน (Non-fat) เพราะถึงโยเกิร์ตจะดีอย่างไร แต่ไขมันในโยเกิร์ตแบบธรรมดาก็ยังถือว่าเยอะอยู่ และควรระวังปริมาณน้ำตาลในโยเกิร์ต ไม่ว่าจะเป็นแบบกรีกหรือไม่กรีกก็ตาม เพราะโยเกิร์ตที่ใส่ผลไม้เพิ่ม หรือใส่น้ำเชื่อมรสผลไม้ต่างๆนั้น อาจมีน้ำตาลมากกว่า 20 กรัม เทียบเท่าได้กับข้าวหนึ่งทัพพีกว่าๆเลยทีเดียว!

 Utchimama ก็อยากจะอินเทรนด์กับเค้าบ้างอะไรบ้าง เลยขอเสนอเมนูของหวานจากกรีกโยเกิร์ตมานำเสนอ  รับรองทำง่าย แคลอรี่ต่ำไร้ไขมัน โปรตีนสูง กินแล้วไม่อ้วน แต่รสชาติหวานมัน ถูกใจคนอ่อนหวานต้องการน้ำตาลในวันวาเลนไทน์แน่นอน

กรีกโยเกิร์ตพาเฟ่ต์

  • กรีกโยเกิร์ตแบบไร้ไขมัน      1 ถ้วย
  • วีทเจิร์ม                                   2 ช้อนโต๊ะ
  • บลูเบอร์รรี่แช่แข็งนิดๆกับมะม่วงแช่แข็งหน่อยๆ

วันนี้อยากทำเก๋ เลยทำพาเฟต์ใส่แก้วน้ำ จะได้ดูชิคๆ เริ่มจากใส่บลูเบอร์รี่ไปในแก้ว ตามด้วยโยเกิร์ต โปะด้วยวีทเจิร์ม ตบท้ายด้วยมะม่วง ให้เป็นชั้นๆสวยงามๆ แค่นี้ก็เริ่ด ดูเป็นพาเฟต์ดูดีมีชาติตระกูลแล้วเจ้าค่า:)

เวลาอยากกินขนมหวาน แต่อยากผอม ก็ลองทำกินเล่นๆดูนะค้าาา:)

10 Responses to “When the American goes Greek…”

  1. OR February 12, 2011 at 6:39 pm #

    เห็นแล้วต้องรีบไปซื้อมาลองทำเลยคะ แต่ที่บ้านไม่มีแก้วน้ำเก๋ๆ อาจจะทำได้ไม่สวยเหมือนของน้องอัจจิมาม่า แต่ดิฉันจะลองทำนะคะ แล้วยี่ห้อไหนเป็นที่แนะนำคะ ตอนนี้ที่บ้านมีfrozen strawberryอยู่ อาจจะลองเปลี่ยนผลไม้เล็กๆน้อยๆ แล้วจะมาบอกนะคะคุณน้อง แต่ช่างเป็นของหวานน่ารักน่าทานจริงๆคะ ดิฉันของคอนเฟิร์ม

    • UtchiMama February 12, 2011 at 6:43 pm #

      ขอกราบพระคุณคุนนพี่ที่เข้ามาตืดตามหนูอัจจิมาม่ามาตลอดนะค้าา สำหรับคำถามของคุนพี่ อัจจิมาขอแนะนำกรีรโยเกิร์ตยี่ห้อ Chobaniนะค่ะ เริ้ดมากค่ะ ขอให้คุนพี่เอนจอยกับของหวานสุดเฮลตี้นะค่ะ

  2. Gift February 12, 2011 at 8:50 pm #

    กรีกโยเกิร์ตซื้อได้ที่ไหน และยี่ห้ออะไรดีคะ UtchiMama🙂

  3. UtchiMama February 13, 2011 at 1:54 am #

    นีี่เรยค่ะคุนแซลลี่จัดไป ยี่ห้อ Chobani เรย Fageไม่ค่อยประทับใจอ่ะฮ่ะ คิดว่าที่Sentry ม่ายก้อ whole foodsน่าจามีนะฮ้า โอ้เค้ามีคูปองลดราคาให้Printได้ด้วยฮร้าาา คุ้มฮ่ะคุ้ม

  4. Ajarn Ael February 18, 2011 at 3:52 am #

    เริ่ดมากฮ่า..คุณลูกสิด..น่ากินเจงๆ

    แต่ครูถามหน่อย…สงสัยอ่ะ เพราะเคยทำครีมชีสเอง โดยเอานมสดมาทำโยเกิร์ต แล้วเอามากรองเอา Whey ออกให้แห้งๆ กลายเป็นครีมชีส แล้วกรีกโยเกิร์ตก็เหมือนครีมชีสที่ไม่แห้งเหรอจ๊ะ

    ซื้อกินเอาน่าจะง่ายกว่าเนอะ…เสียแต่ที่กรุงเทพฯหาซื้อยากอ่ะ ต้องไปวิลลาหรือฟู้ดแลนด์ถึงจะมีขาย

    • UtchiMama February 18, 2011 at 1:33 pm #

      Ajarn ka:) Here’s the answer I got from my professor na ka : Both cream cheese and greek yogurt are cultured and have whey removal step. The differences betweent eh two are the type of bacteria used and the fat content. Yogurt is produced from thermophilic lactic acid bacteria that grow at high temp (around 44C) whereas cream cheese is produced by mesophilic bacteria which grow at lower temp (around 20C). Regarding the fat content, cream cheese is a lot higher in fat than greek yogurt. The product contains 55% moisture and 33% fat wheras the moisture content is greek yogurt is around 82-86% with almost no fat ka. Also, key flavor compound of natural yogurt is acetaldehyde but no little acetaldehyde is produced in cream cheese..just lactic acid.

      Hope this helps na ka:)

  5. Ajarn Ael February 18, 2011 at 2:21 pm #

    umm…with almost no fat…how about I’ll try to do whey removal from Greek yogurt and use it as the normal cream cheese. Will the result be the same?
    The last question na ja, what are the benefit differences between two types of bacteria?

    • UtchiMama February 18, 2011 at 3:09 pm #

      Ajarn ka:) Do you mean trying to substitute Greek yogurt instead of creaqm cheese in the recipe? I will say yes in some of the recipe na ka but I dont think it will work in this cream cheese frosting cu you need fat in cream cheese to hold the sturcture and yogurt is too runny ka. But using yogurt to make sauces and salad dressing instead of cream cheese would definitelty be a better idea ka:)

      And about the bacteria, I dont think there will be any difference health-wise na ka. It’s all just about processing ka.

      Does this answer your question ka?

      I LOVE that you asked me questions mak ka it’s an excellent way for me to learn more too:) Thanks na kaa:)

  6. Ajarn Ael February 18, 2011 at 4:25 pm #

    Thank you ja..Puay.
    I’ll try to use Greek yogurt (after drained) in some recipes such as Blueberry Cheese Yogurt Tart, Passion Mousse Cake, etc. I’ll tell you the result na ja.

    Puay, I really enjoy chatting with you on the matter of eating na..

    • UtchiMama February 18, 2011 at 9:16 pm #

      I enjoy exchanging these knowledge with you too ka:) Thanks for visiting my blog na ka:)Many more is on the way ka so pleas ekeep posted:)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: