คาถาพาผอม

22 Mar

อัจจิมาคงจะไม่ได้ทำหน้าที่นักกำหนดอาหารในอนาคตได้อย่างเต็มที่ถ้าไม่เขียนถึงการลดน้ำหนักใช่มั้ยค่ะ เพราะฉะนั้นอย่าได้รอช้า อุ๊ดชี่มาม่าขอนำเสนอวิธีการลดน้ำหนักที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการที่ดี  เพื่อชีวิตที่ Healthy ไม่ต้องพึ่งยา ไม่ต้องเสียเวลาอดอาหารให้ทรมานร่างกายและจิตใจอีกต่อไป แต่ใช้แค่ความอดทน ความมีวินัย และการมีสติเท่านั้นเองค่ะ มาเริ่มบ๋ายบายน้ำหนักส่วนเกินที่ทำให้เราเศร้าโศกโศกา ดราม่า กันดีกว่าค่ะ

1.กินให้น้อยลง

ความหมายของการกินให้น้อยลงไม่ใช่ให้อดมื้อกินมื้อนะค่ะ หมายถึงแคลอรี่ที่น้อยลงค่ะ โดยเฉพาะแคลอรี่จากอาหารที่ไร้ประโยชน์ทั้งหลาย เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน ขนมนมเนยจุ๊กจิ๊ก ลูกอม อาหารทอด หรือพวกอาหารขยะทั้งหลาย ต้องรู้จักฉลาดในการเลือกอาหาร แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเหงียมกับตัวเองเกินไป ไม่แตะอะไรเลย อันนั้นก็เกินไปค่ะ การลดน้ำหนักแบบอดอาหารหรือกินแบบนับเม็ดข้าวอย่างนั้น นอกจากจะไม่ได้ผลในระยะยาวแล้ว ยังทำให้ระบบเผาผลาญช้าลงและที่แย่กว่านั้น อาจไปปลุกยีนส์ความอ้วนและความหิวโหยที่อยู่ในตัวเรา ทำให้จากที่เป็นสาวอวบนิดๆกลายเป็นสาวอวบระยะสุดท้ายได้

2.อาหารเช้าคือเพื่อนรักของเรา

อย่างที่เคยโพสไว้แล้ว การรับประทานอาหารเช้าสำคัญมากสำหรับการลดและควบคุมน้ำหนัก อาหารเช้าที่สมดุลตามหลักโภชนาการ (ดูได้จากโพสGood Morning with Good Breakfast) ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้ต่ำเกินไปเพื่อป้องกันการกินอย่างเป็นบ้าเป็นหลังในมื้อกลางวันและมื้อเย็น และช่วยให้พลังงานที่ร่างกายต้องการทำให้ไม่รู้สึกอ่อนเพลีย จะได้แอคทีฟกับมากขึ้น

3.อินเลิฟกับผักผลไม้

แต่อย่าอินจนเกินไป ต้องรับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ด้วย ตามหลักการกินของสมาคมนักกำหนดอาหารของที่นี่นั้น ในจานอาหารที่สมดุลควรมี ข้าวหรือแป้ง ¼ ของจาน เนื้อสัตว์หรือโปรตีนต่างๆ ¼ ของจาน ไขมันที่ดีอีกเล็กน้อย และส่วนที่เหลือครึ่งจานนั้นเป็นผักล้วนๆค่ะ ในจานอาหารควรมีสีสันสวยงามจากผัก ผลไม้ ข้าวไม่ขัดสี และโปรตีน (ดูได้จากโพสเดือนมีนาที่เหล่าdietitianหลั่นล้า)  ส่วนเหตุผลที่ควรกินผักผลไม้เพิ่มขึ้น เพราะผักผลไม้มีปริมาณน้ำและเส้นใยอาหารมาก ทำให้อิ่มเร็วและอิ่มนานขึ้น และยังมีวิตามินกับแร่ธาตุต่างๆอีกมากมาย แต่ข้อควรระวังคือผลไม้ค่ะ เพราะผลไม้นอกจากจะมีเส้นใยอาหาร วิตามิน เกลือแร่แล้ว ยังมีน้ำตาล และบางทีก็มีแป้งแถมมาด้วย เพราะฉะนั้นควรกินให้พอดี ไม่ใช่จัดเงาะทั้งโล หรือ ทุเรียนทั้งแถว มะม่วงทั้งลูก แบบนั้นออกตัวแรงไปค่ะ มีตัวอย่างคนไข้ที่อัจจิมาเจอตอนฝึกงานอยู่ที่แผนกผู้ป่วยนอก he แบบว่ามั่นใจในความHealthy เพราะทั้งวันกินแต่ผลไม้ แบบว่าเดินเข้ามาแล้วdietitianควรจะปรบมือยื่นตุ๊กตาทองคำให้กับการกินผลไม้อย่างเยอะ (เกินไป)ของท่านชายผู้นั้น he มาบ่นว่าน้ำหนักไม่ลดเลย แถมยังขึ้นอีกต่างหาก อุตส่าห์กินผลไม้ทั้งวี่ทั้งวัน แต่หารู้ไม่ว่าปริมาณผลไม้ที่ท่านชายกินเข้าไปในแต่ละวันนั้น ให้พลังงานมากถึง 3000 แคลอรี่เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นผลไม้ดีต่อร่างกายแน่ค่ะ ถ้ากินในปริมาณที่พอเหมาะนะค่ะ

4.ดื่มน้ำเปล่าให้เยอะขึ้น

น้ำเปล่ามีประโยชน์มากมายมหาศาลแบบไม่ต้องมีคำบรรยายใดๆให้ลึกซึ้ง ควรดื่มอย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน หหรือถ้ามากกว่านั้นได้ยิ่งดี (แต่ต้องให้แน่ว่ามีห้องน้ำให้เข้าบ่อยๆนะค่ะ) นอกจากนี้ไขใน 1 โมเลกุล ใช้น้ำ 2 โมเลกุลในการเผาผลาญ เพราะฉะนั้นถ้าอยากเผาผลาญไขมันมากขึ้นก็ต้องทำยังไงกันค่ะ…ดื่มน้ำให้มากขึ้นกันนะค่ะ

5.เคลื่อนไหวร่างกายไปมา สนุกสนานร่าเริง

ถ้าริอ่านจะลดน้ำหนักแต่ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย เอ๊กเซอร์ไซส์กันแล้วล่ะก็ สิ้นเลยอีหนู หมดอนาคต คนส่วนใหญ่มักบอกว่าไม่มีเวลา หรือไม่รู้จะออกกำลังกายยังไง แต่ความจริงแล้วแค่เคลื่อนไหวร่างกาย เดินขึ้นบันไดรถไฟฟ้า ถูบ้าน กวานพื้น ทำอาหาร ซักผ้า รดน้ำต้นไม้ กิจกรรมอะไรก็ได้ที่เคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ  แค่ขอให้เคลื่อนไหวบ่อยๆ เวลานั่งอยู่ที่ออฟฟิศก็ลุกขึ้นมาสะบัดอวัยวะ เดินไปไหนมาไหนบ้างให้เจ้านายรำคาญเล่น แต่เพื่อสุขภาพและรูปร่างในฝัน เจ้านายก็คงจะเข้าใจล่ะค่ะ (หวังว่า)

6.มีสติ

อันนี้สำคัญที่สุดค่ะ เพราะนอกจากต้องมีสติในการเลือกกินอาหารให้ถูกต้องแลล้ว ยังต้องมีสติระหว่างการกิน กินให้ช้าลง เคี้ยวให้ละเอียด ให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้า หรือที่ฝรั่งเค้าเรียกกันว่า Mindful eating ที่กำลังฮิตเป็นอย่างมากที่นี่ แต่สำหรับชาวพุทธอย่างเราๆที่ถูกสอนให้มีสติมาโดยตลอดแล้ว ก็ควรจะนำมาใข้ประโยชน์กันบ้างนะค่ะ การมีสติอยู่กับการกินจะทำให้เรารู้ได้ว่าเรากินมากกินน้อยขนาดไหน ทำให้สมองได้รับMessageจากท้องว่าอ๋อ นี่นะเราอิ่มแล้วหล่ะ พอเหอะ โดยเฉลี่ยแล้ว Message จากระบบย่อยอาหารของเราให้เวลาเดินทางไปสมองประมาณ 20นาที นอกจากจะได้รับรสชาติอาหารรสเริ่ดนานขึ้นแล้ว การเคี้ยวช้าลงยังเป็นการฝึกสติให้อยู่กับการกินอีกด้วยค่ะ (อัจจิมาก็กำลังพยายามฝึกข้อนี้อยู่)

7.นอนหลับฝันดี ครอกฟี้ให้เพียงพอ

มีงานวิจัยออกมาหลายงานมากว่าการนอนน้อย(ต่ำกว่าห้าชั่วโมง)และนอนดึกจะทำให้น้ำหนักขึ้น จากการกินจุ๊บจิ๊บตอนกลางคืน และอาจเป็นไปได้ว่าอาจจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจากคว่มผิดปกติของระบบนาฬิกาในร่างกาย แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวแล้ว อัจจิมาคิดว่าการนอนกับความอ้วนมันไม่ได้เกี่ยวกันนัก นอกจากจะกินแล้วนอนกินแล้วนอนอันนั้นคงอ้วนจริงอะไรจริงล่ะค่ะ

การลดน้ำหนักที่ได้ผลในระยะยาวคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมค่ะ ไม่มีหรอกค่ะทางลัดลดน้ำหนักพรวดพราดที่จะได้ผลไปตลอด ส่วนมากจะโยโย่ทั้งนั้นแหละค่ะ แต่ถ้าทุกคนสามารถทำได้อย่างเจ็ดข้อนี้นะค่ะ รับรองพิม ซอนย่าก็เถอะค่ะ ตกงานชัวร์ เพราะเราจะสุขภาพดีผอมเพรียวกันเป็นแถว

คุณหมอสุนทรเคยให้คาถาลดน้ำหนักที่ขลังมากค่ะ “Eat less. Work more”  ขอให้ทุกคนมีน้ำหนักที่healthy มีสุขภาพที่ดีกันนะค้า

4 Responses to “คาถาพาผอม”

  1. maylert March 22, 2011 at 11:57 am #

    just the things i need to keep my diet going….thanks🙂

  2. Ajarn Ael March 22, 2011 at 2:17 pm #

    ชอบรูปลิงนั่งสมาธิอ่า…..
    มือนึงยังถือกล้วยอยู่เรย ฮ่า..ฮ่า…
    แก้มก็ตุ่ย….อมกล้วยที่กัดไปแล้วอยู่ป่าวน่ะ….

  3. OR March 25, 2011 at 11:51 pm #

    I cannot stop munching at night while I’m studying, what can I do ka khun nong?

  4. Kwany March 26, 2011 at 12:42 pm #

    p’puay hoope this would help me go on diet!:) hehe I’m fan of your blog!

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: