ครั้งแรก…กับนมอัลมอนด์

14 Aug

คงไม่มีชะนีขี้สงสัยตนใดที่จะกล้ามาสงสัยความเริ่ดของมหานครนิวยอร์กหรอกนะค่ะ ของเค้าดีจริงอะไรจริงค่ะ ที่นี่เป็นที่ที่คุณสามารถเห็นทุกอย่างที่อยากเห็น เจอคนทุกประเภทที่คุณอยากเจอ ลองทุกอย่างที่อยากลอง กินทุกอย่างที่อยากกิน ขนาดที่ว่าถ้ากินวันละสิบมื้อก็ยังลองอาหารที่นี่ไม่หมดจริงๆค่ะ (ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง คงหมดตังค์ก่อนอ่ะค่ะ) อย่างไรก็ตามด้วยความที่นิวยอร์กมีทุกอย่างให้ชะนีขี้สงสัยอย่างอัจจิมาได้ค้นหา นางก็จัดไปเต็มๆ การเดินชิวในย่ายทุกย่านในนิวยอร์กคือการทำวิจัยค้นคว้าของอัจจิมา ร้านอาหารทุกร้านมีเมนูที่น่ากินไปหมด ถึงขนาดที่ว่าแค่อ่านเมนูก็กระตุ้นต่อมน้ำลายแล้วเหอะ

และไม่นานมานี้ อัจจิมาได้เกิดอาการอินจัดกับอาหารที่เค้าเรียกกันว่า Raw food หรืออาหารสด (แปลตรงตัวไปป๊ะ) ซึ่งเป็นการรับประทานอาหารที่สดสุดๆ ไม่มีการผ่านความร้อนสูงแต่อย่างใด ซึ่งเป็นอะไรที่เพอร์เฟคสุดๆกับอากาศที่ร้อนแผดเผาในเดือนสิงหาคมของนิวยอร์ก การกินตามหลัก Raw Food คือกินอะไรก็ได้ที่กินแบบสดๆได้อย่างปลอดภัย โดยอาหารทุกอย่างถ้าจะต้องผ่านการประกอบอาหารก็ไม่ควรใช้อุณหภูมิเกิน 104-118 องศาฟาเรนไฮต์ (หรือ 40-50 องศาเซลเซียส) เพราะเชื่อกันว่าความร้อนที่เกินจุดนั้นจะไปทำลายเอนไซม์ตามธรรมชาติในอาหาร และเอนไซม์พวกนี้ต้องถูกถนอมไว้เพราะมีประโยขน์ต่อร่างกาย ช่วยในการย่อยและดูดซึมสารอาหาร การใช้ความร้อนสูงๆในการประกอบอาหารเค้าว่ากันว่าจะไปทำลายเอนไซม์พวกนี้ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับเอนไซม์อย่างเพียงพอแถมยังต้องทำงานหนักขึ้นในการผลิตเอนไซม์เพิ่มเติมเพื่อย่อยอาหาร (คิดได้เนอะ) และอีกจุดนึงคือ ความร้อนจากการปรุงอาหารอาจจะทำลายวิตามินบางตัว เช่น วิตามินซี วิตามินบี ทำให้ร่างกายไม่ได้รับวิตามินพวกนี้อย่างเพียงพอ เพราะฉะนั้นอาหารแบบ Raw food ส่วนมากจะเป็นผัก ผลไม้สด เนื้อปลาสดๆแบบซาชิมิ หรือซูชิ นมที่ไม่ผ่านขั้นตอนการฆ่าเชื้อด้วยความร้อน นมที่ทำจากธัญพืชหรือถั่ว และด้วยการที่เรากินแต่อาหารไขมันต่ำพวกนี้ (ยกเว้นถั่วเหอะ)เค้าว่ากันว่า Raw food สามารถช่วยลดน้ำหนักได้อีกด้วย (อันนี้อัจจิมาไม่ขอคอนเฟิร์มว่าจริงป่าว)

แต่ก็อย่างว่าไม่มีสิ่งใดในโลกกลมๆใบนี้ที่มีแต่ข้อดีหรอกค่ะ การกินผัก ผลไม้เป็นสิ่งที่ดีก็จริง แต่การกินแต่ผัก ผลไม้ หรือธัญพืชโดยไม่มีเนื้อสัตว์มาช่วยบาลานซ์ก็ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะที่ควรอ่ะน่ะค่ะ ร่างกายเราก็ยังต้องการสารอาหารหลากหลายในการทำงาน และสารอาหารบางอย่างก็ไม่สามารถเอาจากผัก ผลไม้ได้หมดหรอกค่ะ จริงที่ว่าอาจจะได้บ้าง แต่ก็ไม่เท่ากับปริมาณที่ร่างกายต้องการค่ะ เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม หรือโปรตีนที่ได้จากเนื้อสัตว์ต่างๆ และอีกอย่างคือด้วยความสดของอาหาร แพทย์แผนโบราณไม่นิยมให้กินในอากาศหนาว เพราะอาหารสดๆเป็นธาตุเย็น และถ้ากินในหน้าหนาวก็จะยิ่งทำให้ร่างกายเย็นมากขึ้น (แหม่ และถ้าไม่มีหนุ่มลำ่ๆให้กอดแก้หนาว ก็คงยิ่งหนาวจริงอะไรจริง) เพราะฉะนั้นการกิน Raw Food เป็นสิ่งที่ดี ถ้ารู้จักเลือกกินให้ถูกอย่าง และถูกเวลานะค่ะ

แต่สำหรับอัจจิมาแล้ว อาหารแบบ Raw Food เป็นอะไรที่เริ่ดที่สุด ณ จุดนี้ เพราะนางต้องการอาหารเย็นๆที่มาดับความร้อนแรงในร่างกาย ฮิๆ วันนี้จึงขอนำเสนอนมอัลมอนด์ดิบแบบง่ายๆที่นางเพิ่งไปเรียนทำมาจากบล็อกเกอร์ไอดอลของนางนามว่ามิสซาร่าและมิสปิ๊ปป้า ง่ายจิงอะไรจริงค่ะ แถมยังมีประโยชน์ต่อร่ากายมากกว่านมอัลมอนด์ท่มากับสารกันบูดสารปรุงแต่งที่ซื้อจากตามซุปเปอร์มาร์เก็ตเป็นไหนๆ หลักสำคัญของการทำนมอัลมอนด์คือต้องใช้อัลมอนด์ดิบค่ะ (ไม่ใช่อัลมอนด์ที่ผ่านการอบแล้ว) และต้องแช่น้ำไว้อย่างน้อย 8 ชั่วโมง เพื่อที่ให้เอนไซม์ในอัลมอนด์ได้ถูกปลดปล่อยออกมาลั้ลลาได้อย่างเต็มที่ เพื่อที่เวลาเราดื่มนมอัลมอนด์เราจะได้คุณค่าไปอย่างเต็มๆไงค่ะ เพราะฉะนั้นใครที่ไม่ดื่มนมวัวและสนใจอยากลองเปลี่ยนแนวจากนมถั่วเหลืองเป็นนมถั่วอื่นๆ สูตรนี้ต้องลองค่ะ จัดไปอย่าได้ช้า

นมอัลมอนด์สด

สูตรนี้เป็นสูตรที่สามารถปรับทุกอย่างได้ตามใจต้องการ ถ้าอยากให้นมออกมาข้นๆก็เพิ่มอัลมอนด์และลดปริมาณน้ำลง หรือถ้าอยากให้เหลวก็เพิ่มน้ำเอา อัจจิมาเลือกใช้ลูกอินทผาลัมอบแห้งเป็นการเพิ่มความหวานแบบธรรมชาติให้กับนม ใครริอ่านอยากจะใช้น้ำผึ้ง น้ำตาลทรายแดง หรืออย่างอื่นมาเพิ่มความหวานแทนก็ได้นะค่ะ โอ๊ะ แล้วอัจจิมาก็แอบเหยาะวานิลลาไปนิดเพิ่มความหอมให้กับนมอัลมอนด์ด้วยค่ะ แหม่จะกินทั้งทีเราต้องเอาให้ฟินค่ะ

อัลมอนด์สดแช่น้ำค้างคืนไว้  1 ถ้วย

น้ำเปล่า 4 ถ้วย

อินทผาลัมอบแห้งแกะเม็ด 3-4 เม็ด

วานิลลาหยดสองหยด (หรือหลายหยดก็ได้ แต่ขอเตือนก่อนว่าเยอะไปอาจจะปะแล่มๆได้)

เริ่มต้นด้วยการแกะเปลือกอัลมอนด์ที่แช่น้ำค้างคืนไว้แล้ว เปลือกอัลมอนด์จะหลุดออกมาอย่างง่ายดาย จากนั้นล้างผ่านน้ำให้สะอาด

ปั่นอัลมอนด์ น้ำ และอินทผาลัมด้วยความเร็วสูงประมาณหนึ่งถึงสองนาที หรือจนกว่าดูเป็นเนื้อเดียวกันสวยงามดีแล้ว เหยาะวานิลลาไปนิดส์ ปั่นอีกซักสิบวิ

จากนั้นทำการกรองเอาเนื้อออกด้วยผ้าขาวบาง เทลงในเหยือกให้สวยงามและดูดีมีชาติตระกูล นำไปแช่ตู้เย็นเพื่อความเย็นสะใจ สามารถเก็บในตู้เย็นได้สองถึงสามวัน

เรียบร้อยค่ะ แค่นี้เองนมอัลมอนด์ฝีมือเราเอง ง่ายๆชิวๆเหอะ ถ้าอัจจิมาทำได้คุณก็ทำได้ค่ะ:)

ขอให้ทุกคนมีสุขภาพดีกันถ้วนหน้านะค่ะ Cheers ค่ะ:)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: